คนเราสามารถเปลียนลักษณ์ตัวเองได้หรือไม่?
ยุทธศาสตร์การฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่ที่ใด?
Enneagram
Monthly:
เดวิด แดเนียล
คุณโฮป
ที่รัก
จดหมายของคุณเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองและศักยภาพสูงสุดของมนุษย์
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความหยั่งรู้ทางจิตวิญญาณ มากกว่าความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ทางจิตวิทยา
อย่างไรก็ตาม ผมจะขอนำเสนอแง่มุมส่วนตัวที่ได้จากประสบการณ์ตนเองในเวลาหลายปีที่ผ่านมา
และเพื่อคุณจะได้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากความหยั่งรู้ของคุณเอง
ก่อนอื่น
ผมไม่เชื่อว่าคนเราจะเปลี่ยนลักษณ์ของตัวเองได้ แต่เราสามารถพัฒนาตนเองภายใต้กรอบของลักษณ์เรา
ซึ่งรวมความถึงการที่เราจะขยายกรอบของลักษณ์ที่เราอยู่นี้ ให้ใหญ่ขึ้น
และเปิดรับเอาคุณสมบัติที่ดีงามของลักษณ์อื่น ๆ เข้ามาไว้ในตัวเรา อันเสมือนเป็นการขยายตัวเองออกนอกกรอบจำกัดของลักษณ์เราเองด้วย
อุปมาเหมือนการทำให้กรอบกำแพงของลักษณ์เราหลอมละลาย ยืดหยุ่น
และถ่างออกมากขึ้น ผมมีความเชื่อว่าในท้ายที่สุดบุคคลที่บรรลุซึ่งศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษ
ย์จะไม่มีกรอบกำแพงของบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตนหลงเหลืออยู่อีก
ในกรณีของคุณซึ่งเป็นลักษณ์ 1 (จริงหรือครับ?)
, การฝึกฝนตนเองอย่างจริงจังที่คุณได้อธิบายมา ทำให้คุณสามารถปล่อยวางการยึดติดของลักษณ์และเปิดรับความรู้สึกทั้งด้านบวกและลบได้อย่างสมดุล
รวมทั้งการดำเนินชีวิตไปตามวิถีแห่งธรรมชาติด้วยความสงบศานติโดยยอมรับได้กับความแตกต่างของผู้อื่น
สภาวะเช่นนี้ทำให้คุณสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ตามเหตุและปัจจัย
โดยเป็นไปตามลำดับเนื้อหาความสำคัญจำเป็นของมัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติด้านบารมีที่เรียกว่า "การกระทำที่ถูกต้อง" (RIGHT
ACTION) ของคน 9
ยิ่งไปกว่านั้น บารมีของคน 9 เรื่องการกระทำชอบนี้
ยังรวมความถึงการตระหนักรู้ว่าการกระทำใดเป็นสิ่งที่เกื้อกูลชีวิตอย่างแท้จริง
ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงการยอมรับความคิดเห็นและคุณธรรมบารมีที่หลากหลายเอาไว้ด้วย
ดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างมากที่คุณจะกลายเป็นคนที่ดูเหมือนคนลักษณ์
9 ที่พัฒนาก้าวหน้าในด้านคุณธรรมบารมีของเขาได้ดีแล้ว และคุณเองก็คงมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเพิ่มลดปริมาณความเป็นปีกของลักษณ์คุณได้ตามความเหมาะสม
โดยรวมแล้ว เมื่อเราทุกคนพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้นเท่าไร ความแตกต่างที่เกิดจากความเป็นลักษณ์ที่ต่างกันของเรา
ก็จะลดน้อยลงยิ่งๆขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ดี คุณต้องไม่ลืมว่าในฐานะของคน
1 จุดยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาตนเองของคุณ อยู่ที่ตัวกิเลสประจำลักษณ์
1 ซึ่งก็คือ "โทสจริต" (หรือการมีความโกรธ-ความหงุดหงิดตึงเครียด
เป็นจ้าวเรือน) ไม่ใช่ความเกียจคร้านเฉื่อยชาของคน 9 ที่หลงลืมตัวเอง
ดังนั้นไม่ว่าคุณจะพัฒนาก้าวหน้าเพียงไร เมื่อคุณเป็นคน 1 คุณก็ยังมีแนวโน้มที่จะโมโหหงุดหงิดกับความไม่ได้มาตรฐานของผู้อื่น
(ซึ่งทำให้คุณต้องเข้าไปบริหารจัดการ ตามคำบรรยายที่คุณเขียนมา)
มากกว่าที่จะไปโมโหกับการถูกรบกวนความสงบสบาย หรือการต้องไปเผชิญความขัดแย้ง
จนถึงสภาวะดื้อรั้นหัวชนฝา (ซึ่งเป็นประเด็นของคน 9)
ประเด็นสำคัญที่สุดที่คุณต้องแจ่มชัดก็คือ เรื่องกิเลส หรือ
การยึดติดประจำลักษณ์หนึ่งๆนั้น เป็นหัวใจของการพัฒนาตนเองของคนลักษณ์นั้นๆ
และเป็นกุญแจที่จะนำคุณไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามศักยภาพบารมีของลักษณ์คุณ
ขอขอบคุณสำหรับคำถามของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทั่วไปนี้ด้วย
และกรุณาบอกเล่าเรื่องของคุณมาอีก
นับถือ
เดวิด แดเนียล
|