สิ่งที่ได้พบเจอ จากการปฏิบัติธรรมครั้งแรก
...โดย ปลาการ์ตูน ลักษณ์ 7 ......21/01/50์

 
         
 
บทความจากผู้เคยร่วมอบรมนพลักษณ์
เรื่องเล่า คนศูนย์ใจ
เรื่องเล่า คนศูนย์หัว
เรื่องเล่า คนศูนย์ท้อง
เรื่องเล่า จากการอบรม
เรื่องเล่า จากการปฏิบัติธรรม
 
       
   
การอบรม "นพลักษณ์กับการปฏิบัติธรรม"
ระหว่างวันที่ 16-23 ธันวาคม 2549 อบรมโดยท่านอาจารย์สันติกโร ในปีนี้ กำหนดประเด็นในการศึกษาร่วมกันคือ หัวข้อเรื่อง "ความรัก
"

ฉันได้ไปปฏิบัติธรรมที่ เขาชะเมา ที่นี่ ฉันได้พบกับเรื่องราวบางเรื่องที่ลึกซึ้งขึ้นของตัวเอง ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ถึงแม้จะขัดคำขอร้องของอาจารย์สันติกโร ที่ให้เก็บอารมณ์ งดการพูดคุย ซึ่งถ้าฉันเก็บอารมณ์ได้จริงๆ ฉันก็คงได้อยู่กับตัวเองมากกว่านี้ เพราะการพูดทำให้ระบบการหายใจผิดปกติ ทำให้อยู่นิ่งกับลมหายใจได้ช้า และการพูดนั้นเราต้องพูดกับคนอื่น ความใส่ใจกับตัวเองก็จะลดลงไป ทำให้ไปใส่ใจกับคนอื่นมากขึ้น
สำหรับฉันการปฏิบัติธรรม ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน เพราะคิดว่าผิดจริตของตัวเอง เมื่อนั่งสมาธิ ครั้งแรกๆ ท่านอาจารย์สอนให้ตามลมหายใจ ก็ยังไม่เข้าใจ นั่งได้ประมาณ 30 นาที โอ๊ย ตัวขยับไม่ได้ ปวดท้อง ปวดท้อง อ๋อ ท้องอืด หายใจเข้าไปมาก และระบบหายใจก็ผิดปกติกว่าที่เคย วิธีการนี้คงไม่ใช่
วันที่ 2 ฝึกใหม่ แต่วันนี้ทำไมนั่งไม่ได้ความสงบเลย มีอยู่ช่วงหนึ่งอาจารย์พูดถึงลมหายใจละเอียด จับไม่ได้ ฉันก็แน่ใจเลยที่กำลังหายใจอยู่ เจอแล้วลมหายใจละเอียดที่ท่านอาจารย์บอกแน่ๆ แต่ซักพัก ท่านอาจารย์ก็บอกว่าจะเจอความปิติ ฉันไม่ได้เจออะไรเลยเพราะใจยังฟุ้งจนไม่สามารถจับแม้แต่ลมหายใจได้
เริ่มมาดูพฤติกรรมตัวเอง วันนี้ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ มองคนโน้น คนนี้เห็นท่าทางของแต่ละคน แล้วชวนขันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งของเพื่อนๆเวลาฟังท่านอาจารย์ ท่าที่บางคนเดินจงกรม สารพัดจะหาเรื่องขำไปได้ โดยเฉพาะท่าทางของเพื่อนลักษณ์ 7 ผู้ชายคนหนึ่ง ( ที่คุ้นเคยกันดี เวลานั่งสมาธิจะนั่งหลังตรง และมักจะนั่งอยู่ตรงทางออกประตู ) อยากจะแกล้งเดินชนหรือผลักให้มันล้มไปเลย ดูซิว่ามันล้มแล้วจะลุกได้หรือเปล่า (ตั้งแต่ท่าล้ม หน้าตาเวลาเพื่อนตกใจที่ถูกผลักล้ม คิดถึงตอนตัวเองหัวเราะเพื่อน ได้แต่คิดแล้วก็ขำ ) เลยมาดูว่า เราเป็นอะไรไป ไม่สงบเลย ลองนั่งสมาธิใหม่ พบว่า เราเบื่อ เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวหลุด จับลมหายใจไม่ได้ต้องเริ่มใหม่อีก อีกแล้ว อีกแล้ว คนอื่นเขาไปถึงไหนๆแล้ว เราก็ยังเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว กลับมาบ้านพัก เจอพี่ที่เคยนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมมาก่อน ปลอบใจว่าอีกนานกว่าจะสงบ ค่อยๆฝึกไป แล้วยังได้คุยกับเพื่อนๆบางคนที่นั่งแล้วเหมือนๆกัน เลยรู้ว่าไม่ได้มีฉันคนเดียวที่เกิดอาการ เลยบอกตัวเองว่า "ถ้าค่อยๆฝึกก็จะดีเอง"
ช่วงบ่าย เริ่มประมาณ บ่าย 2 - 3 โมง เป็นช่วงที่อาจารย์สันติกโร จะตอบคำถามเกี่ยวกับธรรมะและนพลักษณ์ หลังจาก บ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็น อาจารย์จะให้เดินจงกลมและนั่งสมาธิ ซึ่งช่วงนี้ฉันจะเรียกว่าเป็นช่วง ตามหาละเอียดและปิติ ซึ่งฉันก็ได้เจอบ้างนะแต่ไม่บ่อยนัก
พวกเราจะเริ่มต้นทำวัตรเช้าตอน 4.30 น ประมาณ 5.30 น จะฝึกชี่กง แล้วจะนั่งสมาธิ โดยท่านอาจารย์จะมีบทภาวนานำพวกเราด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ก็อธิบายถึงวิธีการจับลมหายใจ ตามแบบ อานาปานสติที่ท่านอาจารย์ได้ดึงบางส่วนเพื่อนำมาสอนพวกเรา ให้สังเกตจากลมหายใจที่เป็นอยู่ หลังจากนั้นเริ่มลมหายใจยาว เมื่อลมหายใจยาวให้สังเกตความสัมพันธ์ของลมหายใจกับร่างกาย เมื่อลมหายใจละเอียดขึ้น เราจะพบว่าเราจะรู้สึกปิติ เมื่อเกิดปิติ เราจะพอใจกับปัจจุบันขณะที่เป็นอยู่ ฉันฟังรู้เรื่อง แต่เริ่มจับลมหายใจไม่ได้ตั้งแต่ลมหายใจละเอียดแล้ว สมาธิหลุดไปแล้ว ได้แต่นั่งฟังท่านอาจารย์นำภาวนาไปเรื่อยๆ ใจก็คิดแบบสนุกๆไปว่า ละเอียดก็ยังไม่เคยเจอ ปิติก็ยังไม่เคยรู้จัก อาจารย์ยังจะให้เห็นพอใจอีกหรือ โอ้ โฮ คงอีกนานกว่าจะคุ้นเคยกับละเอียด ปิติ และพอใจ แต่ที่ได้พบเจอทุกวันและทุกครั้งที่นั่งสมาธิหรือเดินจงกรมอย่างตั้งใจ คือ สงบ สงบที่เย็นนิ่งอยู่ข้างใน แค่นี้ก็พอใจแล้วนะ การจะได้พบปิติหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉันเลย
อีกครั้งของการภาวนา ที่ท่านอาจารย์ให้สังเกตจิตของตัวเอง จิตที่สงบนิ่งเป็นสมาธิจะเป็นสติ สำหรับฉันรู้สึกเหมือนตอนนั่งสมาธิมีผู้หญิงอีกคนพูดอยู่ในหัวตลอด ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าฉันคิดเรื่องอะไร ผู้หญิงคนนี้ก็บอกให้หยุดคิดและยังพยายามอธิบายกับฉันว่าทำไมฉันต้องหยุดคิด บางทีผู้หญิงคนนี้ก็ยังบ่นโน่น บ่นนี่ ไปเรื่องอื่นอีกหลายๆเรื่อง สุดท้ายฉันก็เพิ่งรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือจิตที่ฟุ้งซ่านของฉัน และก็เพิ่งได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าคนที่น่าเบื่อที่สุดก็คือตัวเอง ตำหนิ บ่น พูดได้ตลอดเวลา ตอนหลังมีเพื่อนที่เคยปฏิบัติธรรมมาก่อนแนะนำว่า ให้บอกผู้หญิงคนนั้นว่าคิดพอแล้ว หรือจะใช้คำสั้นๆเพื่อเตือนตัวเองว่า คิด ทำให้ฉันสงบขึ้นและอยู่กับลมหายใจได้มากขึ้น
การรับรู้สัมผัสของลมหายใจที่มีต่อร่างกายนั้น เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องของฉัน มันสงบ มีความสุข ฉันชอบและอยากที่จะพบกับลมหายใจและสัมผัสแบบนั้นอีก รวมถึงการปรับร่างกายให้เหมาะกับลมหายใจ ทำให้การนั่งสมาธิไม่น่าเบื่อ
ระยะหลังๆฉันจะไม่ค่อยนั่งสมาธิในห้องประชุม ฉันจะชอบนั่งใต้ต้นไม้ หรือในที่โล่งๆเงียบๆ สงบและดีกว่าเยอะ

วันที่ได้ทบทวนเรื่องความรัก การเรียกร้องและถามหาจากคนที่รัก
ทุกๆวัน ในช่วงกลางคืน ประมาณ 19.00 - 21.00 น จะเป็นช่วงบรรยายธรรม มีอยู่วันหนึ่ง ท่านอาจารย์ให้จับกลุ่มโดยคละให้ทุกกลุ่ม มีคนทุกศูนย์และให้พิจารณาว่า สำหรับตัวเองแต่ละคน ความรักคืออะไร ความรักของแต่ละคนมีอุปสรรคในตัวเองอย่างไรและจะคลี่คลายอุปสรรคได้อย่างไร โดยให้เล่าให้เพื่อนๆในกลุ่มฟัง มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งสะท้อนให้ฉันเห็น และฉันกคิดว่าเป็นจริงตามที่เพื่อนสะท้อนเลยนะ ฉันเป็นคน7 ฉันให้ทางเลือกกับตัวเองมากมาย แต่ฉันกับสร้างกรอบให้กับคนอื่น เช่น คนนี้จะต้องแสดงกับฉันอย่างนี้ฉันถึงจะรู้สึกว่าเขารักฉัน ฉันถึงจะพอใจ ซึ่งสุดท้ายฉันก็เป็นทุกข์เพราะว่า คนอื่นเขาก็ไม่ได้รู้ว่าฉันต้องการให้แสดงออกอย่างไร แต่ฉันก็คาดหวังรอคอยอยู่ตลอด บางครั้งมีการสร้างกลไกที่ซับซ้อนเคลือบไว้อีก เช่นคิดว่า "ไม่เป็นไร ฉันได้แค่นี้ก็พอแล้ว" (จริงๆยังไม่พอ แต่ไม่ยอมเห็น ไม่ยอมรับความไม่พอของตัวเอง) บางทีก็บอกตัวเองว่า "ฉันไม่จำเป็นต้องทุกข์เพราะคนคนนี้ ยังมีคนอีกมากมายที่รอให้ฉันรัก" (ฉันเรียกร้องความรักจากคนนี้ แต่ไม่ได้ ฉันก็รับไม่ได้ ฉันก็ปฏิเสธว่าไม่จำเป็นที่คนนี้จะต้องรักฉัน ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องให้ตัวเองมีความทุกข์จากคนนี้ แต่จริงๆแล้วฉันต้องการความรักจากคนคนนี้นะ" สารพัดจะทำ จะคิด เพื่อจะปฏิเสธความเจ็บปวด

เมื่อตอนที่กลับจากปฏิบัติธรรม ลงรถหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติได้มีโอกาสบอกท่านอาจารย์ว่าขอบคุณที่ทำให้ได้เห็นมุมที่ซ่อนไว้ของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น (ปกติตัวกลมไม่ค่อยมีมุม) ท่านอาจารย์บอกว่าต้องขอบคุณตัวเองด้วยที่ยอมที่จะมอง ยอมที่จะให้ตัวเองได้พบบางเรื่องราวตัวเอง ซึ่งบางเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างมากสำหรับเรา ...

   
         
           
           
@ Copyright 2006 THAI ENNEAGRAM ASSOCIATION