ตัวฉัน กับความเป็นคน 1
...โอ๋ (โกมล)
 
         
 
บทความจากผู้เคยร่วมอบรมนพลักษณ์
ประสพการณ์แรก
ประสพการณ์คน 7
ค้นพบตนเอง
รำลึกนพลักษณ์
ก็มันยากจะเข้าใจ
นพลักษณ์กับการปฏิบัติธรรม
ความรู้สึกที่ปิดเปิดได้
สิ่งที่ได้จากการอบรมนพลักษณ์
ทุกข์และสุขของคน 5
ชีวิตที่หนักอึ้ง
ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของข้าพเจ้า
นพลักษณ์กับการเรียนรู้
ตัวฉัน กับความเป็นคน 1
เสี้ยวหนึ่งในชีวิตคน 6
วิถีคนแปด
"เมื่อการนับเริ่มต้นเริงรำ"
ความอิจฉาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในวันที่ลืมตาตื่น
ปฏิบัติภาวนา กับ ลักษณ์เก้า
ให้…แบบไม่มีตัวตน
เพียงจุดเริ่มต้น
ขอบคุณสำหรับเวบดีๆ อย่างนี้
ลังเล
วิถีการเรียนรู้ วิถีสู่สามัญ
สตรีหมายเลข 1
ครั้งหนึ่งเมื่อฉันถูกขัดใจอย่างมาก
วิธีการปรับปรุงตัวเองเมื่อเกิดความทุกข
ประสบการณ์การเรียนรู้จักตนเองของคน “7”
 
       
   

นพลักษณ์คืออะไร นพลักษณ์คือศาสตร์แห่งการเรียนรู้จักตนเอง แต่ เอ๊ะ! แล้วด้วยเครื่องมือนพลักษณ์นี่ ที่ทำให้เรารู้จักตนเองได้ดีขึ้นหรืออย่างไร ตัวเราเอง ทำไมเราจะไม่รู้จักตัวเอง อะไรจะบอกความเป็นตัวเราได้ดีเท่าตัวเราเองล่ะ แล้วศาสตร์นี่น่าเชื่อถือแค่ไหน คนแบ่งออกได้เป็น 9 ประเภทเท่านั้นหรือ คำถามและความสับสนเหล่านี้ เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและการปฏิเสธ แต่หลายคนที่ได้เข้ามาเรียนรู้แล้ว กลับไม่มีคำถามเหล่านี้อยู่ในตัวอีกเลย เพราะพวกเขาเข้าใจตนเองมากขึ้น เขาเข้าใจคนอื่นมากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วต้องขอบอกสักนิดว่า แม้การได้เปิดโลกทัศน์เพื่อเข้ามาศึกษานั้น จะช่วยให้เราค้นพบความเป็นตัวเอง จากทฤษฎีของนพลักษณ์มากก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นจริงนั้นคือตัวเรา ไม่ควรยึดติด ควรใช้นพลักษณ์ในฐานะที่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น

บ่อยครั้งที่เราคิดว่าเรารู้จักตัวเองดีแล้ว รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไร แต่…ลองกลับมาถามตัวเองอีกสักครั้งว่า นั่นเราซื่อสัตย์ต่อตนเองแล้วหรือ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราปฏิเสธความคิด-ความรู้สึกในเชิงลบ (กิเลส) ของเราไปนับครั้งไม่ถ้วน ปฏิเสธด้วยการหมกเก็บไว้ ลืมมัน หรือแสร้งทำเป็นตรงกันข้าม (เปล่านะ…ฉันไม่ได้โกรธ, ฉันน่ะหรือขี้อิจฉา, ใครกันที่เจ้าเล่ห์….ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ฉัน) แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ได้พรั่งพรูออกมาเป็นคำพูด แต่ก็เป็นเสียงที่ตัวเองมักจะได้ยินอยู่ในใจ เพราะมนุษย์เรามักปฏิเสธความเลวร้ายของตัวเองเสมอ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ใครกันจะรู้จักตัวเองได้ดี ถ้าไม่ได้เริ่มสังเกตตัวเอง และยอมรับอย่างเข้าใจ

ฉัน…เป็นอีกคนหนึ่งที่มีคำถาม มีความสงสัย มีทั้งการยอมรับ และปฏิเสธเหมือนข้างต้น แต่หลังจากที่ฉันได้เข้ามาเรียนรู้นพลักษณ์แล้ว ฉันเริ่มสังเกตตัวเอง และยอมรับความเป็นตัวเองได้มากขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจว่าทำไมฉันจึงเป็นเช่นนี้ และเหตุใดคนอื่นจึงเป็นเช่นนั้น แต่ละคนต่างก็มีทั้งความน่ารักและความน่าเกลียดในตัวเอง…นั่นคือฉันได้เรียนรู้ความเป็นคนในอีกระดับหนึ่งความเป็นคนลักษณ์ 1 ของฉัน คือ อาการขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และมักมีอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งยากที่อาการนี้จะหายไป ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะความเป็นคนช่างเก็บเล็กเก็บน้อยมาคิด ทำให้บ่อยครั้งรู้สึกว่าชีวิตปราศจากความสุข ฉันเพิ่งรู้ว่า “อารมณ์โกรธนี้คือกิเลส” ที่มักไม่หลุดออกจากตัวฉันสักที

ฉันมักเคร่งครัด เจ้าระเบียบ ต้องการความเรียบร้อย และมักจะมีสายตาที่ชอบจับผิด เพราะต้องการให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น เขาควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งฉันมักจะมีคำคำนี้อยู่เสมอ ในเรื่องของการจับผิด มีคำพูดหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าตรงกับฉันมากคือ “ลูกโป่งสีขาวใบหนึ่ง คน 1 มักจะมองไม่เป็นสีขาวนั้นหรอก แต่จะเห็นจุดสีดำที่แต้มอยู่อย่างได้ชัดเจน” ฉันรู้สึกขำมากกับคำกล่าวนี้ มันใช่จริง ๆ นะ แล้วฉันก็จะหงุดหงิดกับร่องรอยนั้น(จนเครียด)

อีกลักษณะหนึ่ง ที่ฉันมักเป็นอยู่เสมอคือ ความเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ในหัวของฉันมีแต่คำว่า “ต้องทำ…ควรจะทำ…หรือน่าจะทำ…” แต่ฉันไม่เคยถามใจตัวเองเลยว่า อะไรคือสิ่งที่อยากจะทำ เพราะฉันมักทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ จนดูเหมือนว่าชีวิตช่างแห้งแล้งเสียเหลือเกิน และมักขาดสมดุลในการจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตและหน้าที่การงาน

นี่คือความเป็นคนลักษณ์ ๑ ของฉันอย่างคร่าว ๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับคนลักษณ์ 1 คนอื่น ๆ เพราะแต่ละคนสามารถแตกต่างกันด้วยอิทธิพลของปัจจัยต่าง ๆ ในชีวิต แต่ตัวกิเลสพื้นฐานก็คืออารมณ์โกรธ ซึ่งหลังจากที่รู้แล้ว ฉันสามารถจะควบคุมหรือสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น รู้ว่ากำลังโกรธและเฝ้าดูมันเพื่อจะได้เข้าใจตนเองมากขึ้น

นพลักษณ์เอื้อให้ฉันสังเกตพฤติกรรมของตนเอง รวมทั้งสังเกตคนอื่น ๆ ด้วย เพื่อว่าฉันจะได้เข้าใจความแตกต่างของคนและเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
   
         
           
           
@ Copyright 2006 THAI ENNEAGRAM ASSOCIATION