นพลักษณ์คืออะไร นพลักษณ์คือศาสตร์แห่งการเรียนรู้จักตนเอง
แต่ เอ๊ะ! แล้วด้วยเครื่องมือนพลักษณ์นี่ ที่ทำให้เรารู้จักตนเองได้ดีขึ้นหรืออย่างไร
ตัวเราเอง ทำไมเราจะไม่รู้จักตัวเอง อะไรจะบอกความเป็นตัวเราได้ดีเท่าตัวเราเองล่ะ
แล้วศาสตร์นี่น่าเชื่อถือแค่ไหน คนแบ่งออกได้เป็น 9 ประเภทเท่านั้นหรือ
คำถามและความสับสนเหล่านี้ เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและการปฏิเสธ แต่หลายคนที่ได้เข้ามาเรียนรู้แล้ว
กลับไม่มีคำถามเหล่านี้อยู่ในตัวอีกเลย เพราะพวกเขาเข้าใจตนเองมากขึ้น
เขาเข้าใจคนอื่นมากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วต้องขอบอกสักนิดว่า แม้การได้เปิดโลกทัศน์เพื่อเข้ามาศึกษานั้น
จะช่วยให้เราค้นพบความเป็นตัวเอง จากทฤษฎีของนพลักษณ์มากก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นจริงนั้นคือตัวเรา
ไม่ควรยึดติด ควรใช้นพลักษณ์ในฐานะที่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น
บ่อยครั้งที่เราคิดว่าเรารู้จักตัวเองดีแล้ว รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร
รู้สึกอย่างไร แต่
ลองกลับมาถามตัวเองอีกสักครั้งว่า นั่นเราซื่อสัตย์ต่อตนเองแล้วหรือ
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราปฏิเสธความคิด-ความรู้สึกในเชิงลบ (กิเลส) ของเราไปนับครั้งไม่ถ้วน
ปฏิเสธด้วยการหมกเก็บไว้ ลืมมัน หรือแสร้งทำเป็นตรงกันข้าม (เปล่านะ
ฉันไม่ได้โกรธ,
ฉันน่ะหรือขี้อิจฉา, ใครกันที่เจ้าเล่ห์
.ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ฉัน) แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ได้พรั่งพรูออกมาเป็นคำพูด
แต่ก็เป็นเสียงที่ตัวเองมักจะได้ยินอยู่ในใจ เพราะมนุษย์เรามักปฏิเสธความเลวร้ายของตัวเองเสมอ
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ใครกันจะรู้จักตัวเองได้ดี ถ้าไม่ได้เริ่มสังเกตตัวเอง
และยอมรับอย่างเข้าใจ
ฉัน
เป็นอีกคนหนึ่งที่มีคำถาม มีความสงสัย มีทั้งการยอมรับ และปฏิเสธเหมือนข้างต้น
แต่หลังจากที่ฉันได้เข้ามาเรียนรู้นพลักษณ์แล้ว ฉันเริ่มสังเกตตัวเอง
และยอมรับความเป็นตัวเองได้มากขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจว่าทำไมฉันจึงเป็นเช่นนี้
และเหตุใดคนอื่นจึงเป็นเช่นนั้น แต่ละคนต่างก็มีทั้งความน่ารักและความน่าเกลียดในตัวเอง
นั่นคือฉันได้เรียนรู้ความเป็นคนในอีกระดับหนึ่งความเป็นคนลักษณ์
1 ของฉัน คือ อาการขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และมักมีอารมณ์อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งยากที่อาการนี้จะหายไป ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะความเป็นคนช่างเก็บเล็กเก็บน้อยมาคิด
ทำให้บ่อยครั้งรู้สึกว่าชีวิตปราศจากความสุข ฉันเพิ่งรู้ว่า อารมณ์โกรธนี้คือกิเลส
ที่มักไม่หลุดออกจากตัวฉันสักที
ฉันมักเคร่งครัด เจ้าระเบียบ ต้องการความเรียบร้อย และมักจะมีสายตาที่ชอบจับผิด
เพราะต้องการให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น เขาควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้
ซึ่งฉันมักจะมีคำคำนี้อยู่เสมอ ในเรื่องของการจับผิด มีคำพูดหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าตรงกับฉันมากคือ
ลูกโป่งสีขาวใบหนึ่ง คน 1 มักจะมองไม่เป็นสีขาวนั้นหรอก แต่จะเห็นจุดสีดำที่แต้มอยู่อย่างได้ชัดเจน
ฉันรู้สึกขำมากกับคำกล่าวนี้ มันใช่จริง ๆ นะ แล้วฉันก็จะหงุดหงิดกับร่องรอยนั้น(จนเครียด)
อีกลักษณะหนึ่ง ที่ฉันมักเป็นอยู่เสมอคือ ความเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
ในหัวของฉันมีแต่คำว่า ต้องทำ
ควรจะทำ
หรือน่าจะทำ
แต่ฉันไม่เคยถามใจตัวเองเลยว่า
อะไรคือสิ่งที่อยากจะทำ เพราะฉันมักทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ จนดูเหมือนว่าชีวิตช่างแห้งแล้งเสียเหลือเกิน
และมักขาดสมดุลในการจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตและหน้าที่การงาน
นี่คือความเป็นคนลักษณ์ ๑ ของฉันอย่างคร่าว ๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับคนลักษณ์
1 คนอื่น ๆ เพราะแต่ละคนสามารถแตกต่างกันด้วยอิทธิพลของปัจจัยต่าง ๆ
ในชีวิต แต่ตัวกิเลสพื้นฐานก็คืออารมณ์โกรธ ซึ่งหลังจากที่รู้แล้ว ฉันสามารถจะควบคุมหรือสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น
รู้ว่ากำลังโกรธและเฝ้าดูมันเพื่อจะได้เข้าใจตนเองมากขึ้น
นพลักษณ์เอื้อให้ฉันสังเกตพฤติกรรมของตนเอง รวมทั้งสังเกตคนอื่น ๆ ด้วย
เพื่อว่าฉันจะได้เข้าใจความแตกต่างของคนและเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น  |