ความอิจฉาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
...พิไลลักษณ์ พรมจันทร์
 
         
 
บทความจากผู้เคยร่วมอบรมนพลักษณ์
ประสพการณ์แรก
ประสพการณ์คน 7
ค้นพบตนเอง
รำลึกนพลักษณ์
ก็มันยากจะเข้าใจ
นพลักษณ์กับการปฏิบัติธรรม
ความรู้สึกที่ปิดเปิดได้
สิ่งที่ได้จากการอบรมนพลักษณ์
ทุกข์และสุขของคน 5
ชีวิตที่หนักอึ้ง
ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของข้าพเจ้า
นพลักษณ์กับการเรียนรู้
ตัวฉัน กับความเป็นคน 1
เสี้ยวหนึ่งในชีวิตคน 6
วิถีคนแปด
"เมื่อการนับเริ่มต้นเริงรำ"
ความอิจฉาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในวันที่ลืมตาตื่น
ปฏิบัติภาวนา กับ ลักษณ์เก้า
ให้…แบบไม่มีตัวตน
เพียงจุดเริ่มต้น
ขอบคุณสำหรับเวบดีๆ อย่างนี้
ลังเล
วิถีการเรียนรู้ วิถีสู่สามัญ
สตรีหมายเลข 1
ครั้งหนึ่งเมื่อฉันถูกขัดใจอย่างมาก
วิธีการปรับปรุงตัวเองเมื่อเกิดความทุกข
ประสบการณ์การเรียนรู้จักตนเองของคน “7”
 
       
   

ฉันศึกษาและเรียนรู้นพลักษณ์ มาเป็นระยะเวลาไม่นานนัก แต่ฉันรู้สึกว่า ฉันได้อะไรมากมาย โดยเฉพาะได้รู้จักตัวเอง ในบางแง่มุมที่แต่ก่อนแต่ไรมา ไม่เคยสังเกตเห็น สิ่งนั้นคือ ความอิจฉา ฉันไม่เคยรู้เลยว่า เวลาที่ฉันรู้สึกน้อยใจ ในความสัมพันธ์กับบุคคล ที่ฉันให้ความสำคัญเป็น พิเศษ นั่นคือความอิจฉาได้เกิดขึ้นแล้ว ฉันตกใจมาก เมื่อฉันเห็นมัน แต่ฉันก็โชคดีมากที่ฉัน สามารถเข้าใจ และยอมรับมัน เป็นส่วนหนึ่งในตัวฉันได้ในที่สุด

ฉันมีบุคคลพิเศษ นับจำนวนได้ไม่มากนักในชีวิตของฉัน วันหนึ่ง ฉันไปพบเขาพร้อมกับเพื่อน และคู่รักของฉัน เราคุยกันในเรื่องสรรพเพเหระ เท่าที่จะสรรหามาได้ แต่แล้วเมื่อเวลาล่วงไป ฉัน ก็จับสังเกตได้ว่า ความสนใจในประเด็นที่คุยกันส่วนใหญ่ จะมุ่งไปที่จุดๆ เดียว นั่นคือเรื่องราวที่ เกิดจากเพื่อนของฉัน

ความรู้สึกของฉันตอนนั้น ยากที่จะบรรยาย ฉันรู้ตัวว่าตัวฉันชา และมีบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ หอย ความคิดของฉัน แล่นไปที่ความรู้สึกด้อยของตัวเองที่ว่า ปัจจุบันฉันไม่ชอบที่จะแสวงหา ความรู้จากภายนอก ทั้งจากการท่องเที่ยว หรือจากการอ่านหนังสือ แต่สนใจที่จะแสวงหาความรู้ ภายใน โดยการสำรวจตัวเองมากกว่า ดังนั้น ฉันจึงรู้ตัวว่าฉันขาดข้อมูลความรู้ ที่จะนำมาแลก เปลี่ยนอย่างผิวเผิน และฉันก็รู้ตัวอีกเช่นกันว่า ฉันมีข้อมูลความรู้ ที่จะสามารถแลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้ง และจริงจังในเรื่องของชีวิต หากแต่น่าแปลกใจ ที่ทำไมฉันไม่รู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ฉันมีอยู่ แต่กลับเศร้าใจในสิ่งที่ฉันไม่มี เมื่อกลับบ้าน คู่รักของฉันสังเกตเห็น และเข้าใจความรู้สึกของฉัน ในตอนแรกฉันไม่ยอมรับ และหาเหตุผลต่างๆ นานามาอธิบาย ทว่า สุดท้ายกำแพงตัวตนของฉันก็พังลงมา ฉันร้องไห้พร้อม กับตีอกชกหัวตัวเอง เพราะไม่เข้าใจว่า ทำไมฉันจึงน่าเกลียดเช่นนี้ ฉันปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ฉัน อิจฉาเพื่อนของฉันจริงๆ หรือ? ฉันสบตาแฟนของฉัน เขาจ้องฉัน เหมือนกับจะบอกฉันว่าเปิดใจเสียเถอะและแล้วเมื่อน้ำตาเหือดแห้งไป สติกลับมาอีกครั้ง ฉันก็ทบทวนตัวเองอย่างมีเหตุผล พร้อมทั้งได้ คำแนะนำ จากกัลยาณมิตรนพลักษณ์ จึงสามารถสรุปกับตัวเองได้ว่า เราต่างเป็นมนุษย์ และฉันก็เป็นเพียงมนุษย์ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง การมีอุดมคติเป็นสิ่งที่ดี แต่การไปยึดถือมันมากเกิน ไปในลักษณะที่ฉันเลวไม่ได้ ฉันเป็นคนดีเลิศ เป็นมุมมองต่อโลก และชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิด ทุกข์เกินไป ฉันควรมองโลก ตามความเป็นจริงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อคิดหนึ่งของกัลยาณมิตร ที่สะกิดใจฉันเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ ฉันมักมองและใส่ ใจในสิ่งที่ฉันคิดว่าไม่มี ซ้ำยังกล่าวโทษตัวเอง และไม่ค่อยให้รางวัล ด้วยการมองเห็นคุณค่าหรือความสามารถในตัวเองที่มีอยู่แล้ว ซึ่งฉันก็ยอมรับว่า ฉันมักจะตำหนิและทำร้ายตัวเองอยู่เสมอ
แต่ฉันคิดว่า การศึกษานพลักษณ์ในเรื่องบารมี น่าจะเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ทำให้ฉันพัฒนาขึ้นได้

ฉันคิดว่า ฉันน่าจะจบการบ่นของฉันได้แล้ว แต่ก่อนจบ ฉันอยากจะขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำดีๆ กับฉัน จนฉันได้เติบโตจากต้นกล้า ที่โดดเดี่ยวและอ้างว้างเป็นต้นไม้ที่แม้จะไม่โตเต็มที่ แต่ก็กำลังแตกหน่อแตกใบ เผชิญหน้ากับลม ฝน และแดดกล้า อย่างเข้มแข็งและอดทน นอกจากนี้ฉันก็ยังหวัง ว่าประสบการณ์ของฉัน คงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย
   
         
           
           
@ Copyright 2006 THAI ENNEAGRAM ASSOCIATION