ไม่น่าเชื่อ ว่าฉันจะเป็นคน
1 คนหนึ่งที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเองมาตลอด ในขณะที่คนรอบข้างเดือดร้อนวุ่นวายไป
เพราะฉันซะมากต่อมาก ที่ว่าตัวเองหลับ มันคือความสำนึกรู้ ต่อการกระทำของตนเอง
ที่สัมพันธ์ตั้งแต่วิธีคิด จนลงมือกระทำ และเกิดผลกระทบตามมา ฉันว่าที่ผ่านมา
มันออกจะเบลอๆ ไม่ชัดเจนนะ เพราะฉันกดข่มมันเสมอ คิด ทำ สิ่งใดไปแล้ว
มักไม่ได้กลับมาสำรวจ สังเกต หาเหตุ และความรู้สึกของตัวเองเสมอ ก็ฉันช่างมั่นใจซะเหลือทน
ว่าสิ่งที่คิด ตัดสินใจ กระทำ ลงไปแล้ว โดยตัวเองนั้น ช่างเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
(และคนส่วนใหญ่ก็ควรจะยอมรับมัน) ซึ่งเมื่อมีคำสะท้อนกลับมา มันกลับกลายเป็นข้อตำหนิ
ความเครียด ความท้อแท้เสียใจ ความขุ่นข้อง โบยตีฉัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันตื่นขึ้นมาในวันหนึ่ง บางส่วนของชีวิต ถูกปลุกขึ้นมา เป็นการลืมตาขึ้น
เพื่อใช้ดวงตาทั้งสองนี้ มองกลับสูภายในของตนเอง ความทรงจำหลั่งไหล
จากเด็กน้อยในวันนั้น สู่คนอีกคนในวันนี้ พร้อมกับม้วนเทป ของความทรงจำที่ฉากผ่านไป
ความเข้าใจในตนเองของฉัน ก็เพิ่มมากขึ้น หลายคำถามต่อชีวิต ได้รับคำตอบ
ทำไมฉันถึงมีเพื่อนน้อย และไม่เป็นสุข กับสังคมรอบข้าง เมื่อเรียนมหาวิทยาลัย
ช่วงเรียน ฉันมักจะไปออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ลงพื้นที่ไปพูดคุย อยู่กินกับชาวบ้าน
โลกใบใหม่ที่ฉันลงไปสัมผัส แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับโลกในมหาวิทยาลัย
ฉันเลยแปลกแยก และแบ่งแยกคนเหล่านั้น ออกจากชีวิตตน ฉันดูถูกพวกเขา
ในความรู้สึกพวกเขา ช่างไร้สาระ รวย แต่ไม่มีสมอง เอาแต่เรียน เที่ยวใช้ชีวิตไปวันๆ
อย่างไร้ค่า เป็นคำตีตรา และตัดสินที่ฉันมอบให้กับเขา
แน่นอน อดที่จะรู้สึกว่า ตัวเองเหนือกว่าไม่ได้ แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันเป็นสุขนัก
และต้องตั้งคำถามเสมอว่า ทำไมฉันผิดตรงไหน ถึงต้องกลายเป็นคนส่วนน้อย
สิ่งที่ฉันทำ ไม่มีใครให้ความสำคัญเอาเสียเลย เป็นเพียงหนึ่งคำถามในชีวิต
ที่ค้างคาใจมาเรื่อยๆ เป็นปัญหาของคนที่ชอบ วิพากษ์ วิจารณ์ ด่วนสรุปตัดสินคนอื่น
ใจที่คับแคบ จึงต้องรับบทเรียน ของความทุกข์เป็นธรรมดา
ฉันตื่นขึ้นมาบ้างแล้วในวันนี้ ตื่นขึ้นมา รับรู้ความยุ่งเหยิง ทั้งภายนอกที่ฉันทำไว้
และภายในของตนเอง ที่ผูกปมไว้แน่นหนา การตื่นขึ้นมีข้อดีอยู่บ้าง ตรงที่ไม่ต้องเดินไปสะดุดตอไม้
หรือชนใครหกล้มเข้า ในทางสลับกัน ได้ทำให้ฉันเห็นถึงความไม่เอาไหน ความเจ้าอารมณ์
เจ้าทิฏฐิ นิสัยวิพากษ์วิจารณ์ และอื่นๆที่แฝงฝัง อยู่ในส่วนลึกของตัวเอง
และนิสัยชอบจัดการ ต้องการทำให้ทุกสิ่งดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้นของฉัน ก็ทำงานจนได้
คราวนี้ มันหันมาเล่นงานตัวเอง หันมาจับผิด มาดูตัวเอง ยิ่งเห็นความโกรธ
ความเอาแต่ใจ การคิดเข้าข้างตนเอง คอยจับผิดคนอื่น โทษสิ่งภายนอกเสมอ
มันรุงรังซ้อนทับ และสุดท้าย พยายามปกป้องตัวเองไว้ ด้วยการกดข่ม ไม่ให้มันเล็ดลอดออกไปภายนอกได้
เป็นกลซ้อนกล ที่คนอย่างฉันโดนหลอกล่อ ต้องใช้เวลาอยู่นาน ที่จะเข้าใจ
และยอมรับเจ้าวายร้ายในตัวเองได้ มันยังโผล่มาทักทายอยู่บ่อยๆ หลุดออกไปเที่ยวเล่น
อาละวาดบ้าง หากเป็นเมื่อก่อน ฉันคงไม่รู้จะอยู่ได้ยังไง
แต่ถึงวันนี้ ชีวิตยังอยู่ได้ และนั่นทำให้เกิดการเรียนรู้ว่า โลกมีมุมมองของชีวิต
ที่หลากหลาย กว่า ที่ฉันพยายามทำให้มันเป็น เหมือนที่แล้วๆมา ขณะเดียวกัน
ฉันเริ่มมองเห็นวายร้ายตัวน้อย ของใครอีกหลายคนรอบๆตัวฉัน ออกมาอาละวาด
ออกฤทธิ์แสดงเดช ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงทนรับไม่ได้ คงต้องจัดการอย่างหนึ่งแล้วล่ะ
การเข้าใจ ความหลากหลายของชีวิต ทำให้เรารักผู้คนและโลกใบนี้ เราสามารถมองเห็นความซับซ้อน
มองโลกเปิดกว้าง เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น กรอบของความเป็นตัวเรา
กลายเป็นเส้นเบลอๆ ไม่แยกขาดจากสิ่งรอบข้าง ทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ ท่ามกลางความไม่ชัดเจน
(ที่เราคิดไปเอง) ได้อย่างเป็นสุขขึ้น และด้วยความเคยชินของใจ ที่คอยจะปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดีขึ้น
ฉันจึงอดจะตั้งคำถาม กับตัวเองไม่ได้ว่า ฉันควรจะทำยังไงต่อไป ทำอย่างไร
ฉันจะไม่โกรธ ทำอย่างไร จะไม่คอยจับผิดวิพากษ์ วิจารณ์คนอื่น ทำอย่างไรจะไม่
มันช่างผิวเผินเสียเหลือเกิน
เราอาจไม่พูดมันออกมา แต่ตราบใดที่ใจคิด การทำงานภายในของคนคนหนึ่ง
ได้เริ่มขึ้นแล้ว อยากจะสรุปกับตัวเองว่า สิ่งที่ต้องกระทำ และสำคัญคือ
ทำใจ โดยอาศัยความเข้าใจ ต่อชีวิตตนเองที่มากขึ้น ทำใจให้รัก ยอมรับ
และเมตตาต่อสิ่งที่ตัวเอง และคนรอบข้างเป็น แม้ภาวะของการมองเห็น ถึงความสมบูรณ์ในตัวเองยังไม่เกิด
การขัดเกลาทีละน้อย น่าจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้เป็นสุขขึ้น พยายามมองโลก
ในมุมที่มีกระจกสะท้อนกลับมาหาตัวเอง เตือนตัวเองบ่อยครั้ง เมื่อใจวิ่งแล่นออกไปผูกกับสิ่งภายนอก
และกำลังถูกหลอกล่อ ไปกับคำวิพากษ์ วิจารณ์ตัดสินที่เกิดขึ้นภายใน เริ่มหายใจเข้าลึกๆ
และตั้งคำถามซ้ำ ๆ กับตัวเองว่า เรากลัวอะไรอยู่ เรารู้สึกอย่างไร ทำไมเราจึงคิดเช่นนั้น
อาจจะสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง แต่อย่าปิดความยุ่งยากทิ้ง เพื่อให้ใจกลับมาอยู่กับอารมณ์สบายๆ
ไม่กดดันโดยเร็ว เราจำต้องอดทนกับความอึดอัดที่เกิดขึ้น เพื่อเรียนรู้ตัวเองอย่างแท้จริง
 |