ข้าพเจ้ารู้สึกกลมกลืน กับสภาพแวดล้อม
จนรู้สึกว่า นี่แหละชีวิต ชีวิตต้องอยู่อย่างกลมกลืนได้อย่างนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ
ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นลงอย่างไรแต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ต่างกันสักเท่าไร
เพื่อนลักษณ์อื่นคงแอบเห็นใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็อยากจะบอกว่า อย่าห่วงเรา
เพราะนี่ก็แค่กลไกที่เราจะใช้มันให้เป็นไปเพื่อการ ..ภาวนาถ้าจะพูดถึงปัญหาแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่ไม่ก่อทุกข์ให้
ยิ่งเราจะกล่าวถึงปัญหาเด่นๆ ในตัวเองแล้วล่ะก็ ยิ่งสนุกใหญ่เพราะเราเห็นแล้ว
ไม่ใช่การหลับหูหลับตายอมรับ เมื่อเห็นเข้าไปชัดๆ ลู่ทางคลี่คลายก็ไม่ลางเลือนแล้ว
เพราะปัญหานั้น กิเลสนั้น จะอยู่ในสายตาไม่ให้คลาดเลยทีเดียวเรื่องนี้ต้องยกย่องนพลักษณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าพบเห็นอานิสงส์ของการภาวนาเพื่อขัดเกลาจิตใจ
เพราะตลอดมานั้น เข้าใจว่า ความเฉื่อยชา เนิ่นช้าทางจิตใจนั้น
มันสบายออกจะตายไป ไม่ใช่กิเลส และมองอย่างอื่นที่เข้ามารบกวนความสุขสบายของเรา
คืออุปสรรคนึกขำๆ ตัวเอง..ไม่รู้คิดไปได้อย่างไร แต่มันก็คิดไปแล้ว
และก็หลงใหลได้ปลื้มกับกลไก กิเลสตัวนี้อยู่อย่างนั้น ที่ไหนไม่สงบ
ไม่สามัคคี ไม่รักกัน ไม่ราบรื่นและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง อย่าหวังที่จะเห็นความร่าเริงของคนเก้าอย่างข้าพเจ้าเลย
มันไม่มีทาง นอกจากจะเห็นเพียงความเงียบงัน ที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็เป็นเจ้าความคิดที่วิ่งวุ่น
กับหัวใจที่เต้นแรง พร้อมๆ กับอาการของมือที่เย็นเฉียบ ข้าพเจ้าเห็นว่ามันไม่ต่างจากการได้ทำสงครามสันติภาพเลย
นี่คือสิ่งหนึ่งที่ได้มาจากการเฝ้าสังเกตตัวเอง เพราะสงครามมีในใจ
มันมีกลไก มีอาวุธความคิด มีวิธีการอัตโนมัติ ที่ใครๆ ก็เข้าทำร้ายได้ยาก
มันยากมากที่จะรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากลุ้นอย่างเดียว
ซึ่งอาจจะพบว่าข้าพเจ้าหายไปไหนแล้ว หรืออาจจะเห็นว่าชนจังๆที่ดวงตาที่แสนจะกร้าวไร้คำพูด
หรือเห็นระเบิดตูมใหญ่ในสำนักงาน จากคนเงียบๆ ดูเหมือนว่าไม่เคยโกรธ..
แต่มีกล่องเก็บข้อมูลเพื่อสะสมเชื้อเพลิงให้มันระเบิดไปเสียทีเดียวสิ่งเหล่านี้ไม่มีในสคริปชีวิตเลยสักนิด
แม้ว่าข้าพเจ้าไม่เคยประกาศสงครามแห่งอคติกับใคร หรือประกาศศัตรู
แต่ความโกรธนั้น มันอาจจะเกิดขึ้นที่นี่เดี๋ยวนี้ ได้ทันทีกับคนที่ข้าพเจ้ารักซะเอง..
ทั้งๆที่ไม่มีอคติและไม่ใช่ศัตรู ไฉนต้องเบี่ยงเบนเป้าหมายให้คนที่รักต้องช้ำน่ะหรือ..?
ก็เพราะรู้เต็มอกว่า คนที่เรารักและรักเรา เขาจะไม่ก่อวิวาทะใดๆ กับเราแน่นอน
หรือเขารับมันได้..
การภาวนา ทำให้ข้าพเจ้าเห็นข้อด้อยมากมายในเรื่องนี้ เพราะตามปกติก็เห็นสิ่งที่ไม่ชอบ
ง่ายกว่ามานั่งมองหาสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว ข้อด้อยจึงปรากฏ มันทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ตัวเองชัดเจนขึ้นมาก
และสนุกที่เฝ้าเห็นกลไกต่างๆ มันวิ่งออกมาทำงานเป็นขบวน ยิ่งเฝ้ามองกลไกการป้องกันตัวที่มาจากโลกทัศน์ที่ยึดติดว่า
ผู้คนควรปรองดองกันจึงจะถูก ข้าพเจ้าจึงซ่อนตัวเองอย่างปลอดภัย ในการไม่แสดงออก เปลี่ยนกิจกรรมที่ทำ อ่านหนังสือนอกเวลา
เดินเล่น หรือนอนให้หลับไปเลย
งานอดิเรกอื่นๆ ดึงให้ข้าพเจ้าเพลิดเพลินได้ดีกว่า งานสำคัญพิเศษสำหรับตัวเอง
มันยังอยู่ลำดับที่หนึ่งในบันทึกงาน แต่มันไร้เสน่ห์หรือไร เพราะกว่าจะเสร็จเรียบร้อยลงได้ อยู่ที่
deadline ของงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากจะสงวนลิขสิทธิ์เอาไว้เสียจริงๆ แต่วันนี้
นพลักษณ์เข้ามาเป็นกระจกบานใหญ่ และเปิดเผยความลับภายในที่ต้องพัฒนาแล้วล่ะค่ะ
ข้าพเจ้าอยากจะขอบคุณนพลักษณ์ที่ทำให้การภาวนาเพื่อพัฒนาชีวิตชัดเจนขึ้น ถ้าจะบอกว่า
นพลักษณ์ ชี้ข้อที่ควรแปรเปลี่ยนในตัวข้าพเจ้าก็ไม่ผิดเลย บทความเล็กๆ
นี้นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน กับเพื่อนลักษณ์อื่นๆ ที่กำลังใช้ความเพียรเพื่อการเฝ้าสังเกตตนเอง
และเพื่อการภาวนา และตามความรู้สึกของข้าพเจ้าแล้วนพลักษณ์ คือศาสตร์เพื่อการภาวนาเลยทีเดียวค่ะ  |