ปฏิบัติภาวนา กับ ลักษณ์เก้า
...อนิจจตา
 
         
 
บทความจากผู้เคยร่วมอบรมนพลักษณ์
ประสพการณ์แรก
ประสพการณ์คน 7
ค้นพบตนเอง
รำลึกนพลักษณ์
ก็มันยากจะเข้าใจ
นพลักษณ์กับการปฏิบัติธรรม
ความรู้สึกที่ปิดเปิดได้
สิ่งที่ได้จากการอบรมนพลักษณ์
ทุกข์และสุขของคน 5
ชีวิตที่หนักอึ้ง
ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของข้าพเจ้า
นพลักษณ์กับการเรียนรู้
ตัวฉัน กับความเป็นคน 1
เสี้ยวหนึ่งในชีวิตคน 6
วิถีคนแปด
"เมื่อการนับเริ่มต้นเริงรำ"
ความอิจฉาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในวันที่ลืมตาตื่น
ปฏิบัติภาวนา กับ ลักษณ์เก้า
ให้…แบบไม่มีตัวตน
เพียงจุดเริ่มต้น
ขอบคุณสำหรับเวบดีๆ อย่างนี้
ลังเล
วิถีการเรียนรู้ วิถีสู่สามัญ
สตรีหมายเลข 1
ครั้งหนึ่งเมื่อฉันถูกขัดใจอย่างมาก
วิธีการปรับปรุงตัวเองเมื่อเกิดความทุกข
ประสบการณ์การเรียนรู้จักตนเองของคน “7”
 
       
   

ข้าพเจ้ารู้สึกกลมกลืน กับสภาพแวดล้อม จนรู้สึกว่า นี่แหละชีวิต ชีวิตต้องอยู่อย่างกลมกลืนได้อย่างนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นลงอย่างไรแต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ต่างกันสักเท่าไร  เพื่อนลักษณ์อื่นคงแอบเห็นใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็อยากจะบอกว่า อย่าห่วงเรา  เพราะนี่ก็แค่กลไกที่เราจะใช้มันให้เป็นไปเพื่อการ ..ภาวนาถ้าจะพูดถึงปัญหาแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่ไม่ก่อทุกข์ให้  ยิ่งเราจะกล่าวถึงปัญหาเด่นๆ ในตัวเองแล้วล่ะก็ ยิ่งสนุกใหญ่เพราะเราเห็นแล้ว  ไม่ใช่การหลับหูหลับตายอมรับ  เมื่อเห็นเข้าไปชัดๆ ลู่ทางคลี่คลายก็ไม่ลางเลือนแล้ว  เพราะปัญหานั้น  กิเลสนั้น จะอยู่ในสายตาไม่ให้คลาดเลยทีเดียวเรื่องนี้ต้องยกย่องนพลักษณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าพบเห็นอานิสงส์ของการภาวนาเพื่อขัดเกลาจิตใจ  เพราะตลอดมานั้น เข้าใจว่า ความเฉื่อยชา  เนิ่นช้าทางจิตใจนั้น มันสบายออกจะตายไป  ไม่ใช่กิเลส  และมองอย่างอื่นที่เข้ามารบกวนความสุขสบายของเรา คืออุปสรรคนึกขำๆ ตัวเอง..ไม่รู้คิดไปได้อย่างไร  แต่มันก็คิดไปแล้ว และก็หลงใหลได้ปลื้มกับกลไก กิเลสตัวนี้อยู่อย่างนั้น  ที่ไหนไม่สงบ ไม่สามัคคี ไม่รักกัน ไม่ราบรื่นและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง อย่าหวังที่จะเห็นความร่าเริงของคนเก้าอย่างข้าพเจ้าเลย  มันไม่มีทาง  นอกจากจะเห็นเพียงความเงียบงัน  ที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็เป็นเจ้าความคิดที่วิ่งวุ่น กับหัวใจที่เต้นแรง  พร้อมๆ กับอาการของมือที่เย็นเฉียบ   ข้าพเจ้าเห็นว่ามันไม่ต่างจากการได้ทำสงครามสันติภาพเลย  นี่คือสิ่งหนึ่งที่ได้มาจากการเฝ้าสังเกตตัวเอง   เพราะสงครามมีในใจ มันมีกลไก มีอาวุธความคิด  มีวิธีการอัตโนมัติ ที่ใครๆ ก็เข้าทำร้ายได้ยาก 

มันยากมากที่จะรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น  นอกจากลุ้นอย่างเดียว  ซึ่งอาจจะพบว่าข้าพเจ้าหายไปไหนแล้ว  หรืออาจจะเห็นว่าชนจังๆที่ดวงตาที่แสนจะกร้าวไร้คำพูด  หรือเห็นระเบิดตูมใหญ่ในสำนักงาน  จากคนเงียบๆ ดูเหมือนว่าไม่เคยโกรธ.. แต่มีกล่องเก็บข้อมูลเพื่อสะสมเชื้อเพลิงให้มันระเบิดไปเสียทีเดียวสิ่งเหล่านี้ไม่มีในสคริปชีวิตเลยสักนิด  แม้ว่าข้าพเจ้าไม่เคยประกาศสงครามแห่งอคติกับใคร  หรือประกาศศัตรู  แต่ความโกรธนั้น มันอาจจะเกิดขึ้นที่นี่เดี๋ยวนี้ ได้ทันทีกับคนที่ข้าพเจ้ารักซะเอง.. ทั้งๆที่ไม่มีอคติและไม่ใช่ศัตรู  ไฉนต้องเบี่ยงเบนเป้าหมายให้คนที่รักต้องช้ำน่ะหรือ..?  ก็เพราะรู้เต็มอกว่า คนที่เรารักและรักเรา  เขาจะไม่ก่อวิวาทะใดๆ กับเราแน่นอน หรือเขารับมันได้.. 

การภาวนา ทำให้ข้าพเจ้าเห็นข้อด้อยมากมายในเรื่องนี้ เพราะตามปกติก็เห็นสิ่งที่ไม่ชอบ ง่ายกว่ามานั่งมองหาสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว  ข้อด้อยจึงปรากฏ  มันทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ตัวเองชัดเจนขึ้นมาก  และสนุกที่เฝ้าเห็นกลไกต่างๆ มันวิ่งออกมาทำงานเป็นขบวน  ยิ่งเฝ้ามองกลไกการป้องกันตัวที่มาจากโลกทัศน์ที่ยึดติดว่า ผู้คนควรปรองดองกันจึงจะถูก  ข้าพเจ้าจึงซ่อนตัวเองอย่างปลอดภัย ในการไม่แสดงออก เปลี่ยนกิจกรรมที่ทำ อ่านหนังสือนอกเวลา  เดินเล่น หรือนอนให้หลับไปเลย 

งานอดิเรกอื่นๆ ดึงให้ข้าพเจ้าเพลิดเพลินได้ดีกว่า งานสำคัญพิเศษสำหรับตัวเอง  มันยังอยู่ลำดับที่หนึ่งในบันทึกงาน  แต่มันไร้เสน่ห์หรือไร  เพราะกว่าจะเสร็จเรียบร้อยลงได้ อยู่ที่ deadline  ของงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากจะสงวนลิขสิทธิ์เอาไว้เสียจริงๆ แต่วันนี้ นพลักษณ์เข้ามาเป็นกระจกบานใหญ่  และเปิดเผยความลับภายในที่ต้องพัฒนาแล้วล่ะค่ะ

ข้าพเจ้าอยากจะขอบคุณนพลักษณ์ที่ทำให้การภาวนาเพื่อพัฒนาชีวิตชัดเจนขึ้น ถ้าจะบอกว่า นพลักษณ์ ชี้ข้อที่ควรแปรเปลี่ยนในตัวข้าพเจ้าก็ไม่ผิดเลย บทความเล็กๆ นี้นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน กับเพื่อนลักษณ์อื่นๆ ที่กำลังใช้ความเพียรเพื่อการเฝ้าสังเกตตนเอง และเพื่อการภาวนา  และตามความรู้สึกของข้าพเจ้าแล้วนพลักษณ์ คือศาสตร์เพื่อการภาวนาเลยทีเดียวค่ะ
   
         
           
           
@ Copyright 2006 THAI ENNEAGRAM ASSOCIATION