จะมีสิ่งใดประเสริฐไปกว่าการที่มนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะรู้จัก
เข้าใจ และพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการมีชีวิตอยู่ด้วยความจริงและความดีงาม
การก้าวไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
เราต่างก็มีวิธีการหลากหลายที่จะปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความจริงและความดีงามนั้น
"นพลักษณ์" เป็นศาสตร์ที่สำคัญศาสตร์หนึ่ง
ที่มุ่งเน้นให้มนุษย์เรียนรู้ที่จะรู้จักตนเอง และพัฒนาตนเอง จากจุดที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มที่สำคัญของการเข้าถึงเป้าหมายดังกล่าว ประกอบกับการที่เราได้เรียนรู้นพลักษณ์
พร้อมกับแนวทางพุทธศาสนาที่สอนให้มนุษย์ เข้าสู่ความจริงและความดีงามอันแท้จริง
ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มีความกระจ่างชัดในชีวิตขึ้นมาก ทั้งความเข้าใจต่อตนเอง
และผู้อื่น
ข้าพเจ้าได้เข้าอบรมเบื้องต้น ตลอดจนการอบรมที่เกี่ยวกับ ปีก ลูกศร แรงจูงใจ และกลไกป้องกันตนเอง
โดยท่านสันติกโรภิกขุ ท่านดุษฎี เมธังกุโร และท่านยโสธโรภิกขุ ทำให้เข้าใจถึงกลไกที่ขับเคลื่อนให้พวกเรามีชีวิตอยู่
และเข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การสามารถระบุตนเองว่าเป็นบุคคลในลักษณะใด ซึ่งเป็นฐานที่สำคัญที่สุดแล้ว
ปีกและลูกศรยังเป็นสิ่งที่ทำให้เข้าใจได้ถึงการที่มนุษย์มีการปรับสมดุลย์ในตนเอง
เมื่อเรามีจุดแข็งใดในลักษณ์ตนเองแล้วทั้งปีกและลูกศร ยังเป็นตัวทำให้มนุษย์ไม่เกิดความตึงทางความคิด
และอารมณ์ในทางใดทางหนึ่ง
ในเมื่อแรงจูงใจ และกลไกป้องกันตนเอง ทำให้เข้าใจในลักษณ์ตนเอง และความชัดเจนของลักษณ์อื่น
ๆ มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมภายนอกจะออกมาเหมือนกัน แต่แรงจูงใจจะเป็นตัวระบุความต่างของลักษณ์นั้น
ๆ ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากในชีวิตปกติ เราคงไม่ค่อยถาม หรือไม่เคยถามตัวเองว่า
จริง ๆ แล้วทำไมเราจึงหาเงิน เรามีเป้าหมายในการพูดอย่างไร เป็นต้น แต่เมื่อเราพยายามหาคำตอบ
จะเห็นว่า เหตุผลแตกต่างกันมาก เช่น ในลักษณ์ 1 จะมีแรงจูงใจ คือ การมีมาตรฐานชีวิตในระดับที่ตัวเองตั้งใจไว้
ถ้ามีอุปสรรคจะแก้ไขจนได้ เพื่อแสดงและยืนยันในความถูกต้อง หรือลักษณ์ 7 ที่มีแรงจูงใจ
คือ ความเป็นคนอิสระ ไม่ต้องมีระเบียบ การหาประสบการณ์ของแปลกใหม่ ท่านสันติกโรภิกขุ
ได้อธิบายไว้ว่า ในนพลักษณ์ คำว่า "แรงจูงใจ" จะนำมาใช้ในแง่บวก ส่วนแง่ลบ
จะเรียกว่า สิ่งหลีกเลี่ยง และกล่าวอีกว่า ทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตมนุษย์เรา
อย่าเชื่อว่า ถ้าได้สิ่งเหล่านี้แล้วชีวิตจะสมบูรณ์ แรงจูงใจจะทำให้เราดำเนินชีวิตไปเรื่อย
ๆ ส่วนเจ้าสิ่งหลีกเลี่ยง จะเป็นตัวกดดันให้เราสร้างกลไกป้องกันตนเอง มนุษย์จะมีกลไกป้องกันตนเองทั้ง
9 ลักษณ์ โดยจะมีกลไกของคนลักษณ์ 3 6 9 เป็นกลไกหลัก และกลไกเฉพาะลักษณ์ของตนเองเป็นเอก
ลักษณ์ 1 จะมีกลไกป้องกันตนเอง ในเรื่องการแสดงออกในทางตรงกันข้าม ( Reaction -
Information ) ซึ่งเมื่อมาสังเกตตนเองแล้ว จึงเพิ่งตระหนักชัดว่า การกระทำหลายอย่าง
คือสิ่งที่เรากำลังปกป้องตัวเองอยู่ เพราะเดิมไม่เคยคิดเช่นนี้ แล้วยังรู้สึกมั่นอกมั่นใจในลักษณ์ที่มีสาระด้วย
ลักษณ์ 1 มักจะเก็บกดความรู้สึกที่มีอยู่ และแสดงในทางตรงกันข้าม ไม่ใส่ใจความรู้สึก
บางทีอยากจะเล่น อยากทำอะไรไร้สาระ แต่ก็ไม่ทำ กลับทำตัวมีสาระ ดูน่าเชื่อถือแทน
จากการที่ได้เข้าอบรมนพลักษณ์มา 3 ครั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจในศาสตร์นี้มากขึ้น
นพลักษณ์ได้ช่วยทำให้ข้าพเจ้าตระหนักถึงความแตกต่างของมนุษย์ ไม่ใช่เพียงแต่ความรู้ว่ามนุษย์แตกต่างกัน
การที่มนุษย์จะเข้าใจกัน จำเป็นต้องมาจากความเข้าใจในวิธีคิด และพื้นฐานของเพื่อนมนุษย์แต่ละลักษณ์
ที่ก่อเกิดมาจากโลกทัศน์ที่แตกต่างกันนั่นเอง  |