ครั้งหนึ่งเมื่อฉันถูกขัดใจอย่างมาก
......โดย ปลาการ์ตูน   ธค. 2548
 
         
 
บทความจากผู้เคยร่วมอบรมนพลักษณ์
ประสพการณ์แรก
ประสพการณ์คน 7
ค้นพบตนเอง
รำลึกนพลักษณ์
ก็มันยากจะเข้าใจ
นพลักษณ์กับการปฏิบัติธรรม
ความรู้สึกที่ปิดเปิดได้
สิ่งที่ได้จากการอบรมนพลักษณ์
ทุกข์และสุขของคน 5
ชีวิตที่หนักอึ้ง
ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของข้าพเจ้า
นพลักษณ์กับการเรียนรู้
ตัวฉัน กับความเป็นคน 1
เสี้ยวหนึ่งในชีวิตคน 6
วิถีคนแปด
"เมื่อการนับเริ่มต้นเริงรำ"
ความอิจฉาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในวันที่ลืมตาตื่น
ปฏิบัติภาวนา กับ ลักษณ์เก้า
ให้…แบบไม่มีตัวตน
เพียงจุดเริ่มต้น
ขอบคุณสำหรับเวบดีๆ อย่างนี้
ลังเล
วิถีการเรียนรู้ วิถีสู่สามัญ
สตรีหมายเลข 1
ครั้งหนึ่งเมื่อฉันถูกขัดใจอย่างมาก
วิธีการปรับปรุงตัวเองเมื่อเกิดความทุกข
ประสบการณ์การเรียนรู้จักตนเองของคน “7”
 
       
   

เมื่อพูดถึงการถูกขัดใจ ทุกคนก็เคยถูกขัดใจทั้งนั้น มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เมื่อถูกขัดใจก็ย่อมเสียใจ โกรธ น้อยใจ เศร้า และอีกหลายอารมณ์ หลายความรู้สึก การจะทำให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อถูกขัดใจหายไป ก็เป็นวิธีการของแต่ละคนเช่น เล่าให้เพื่อนฟัง ทำงานให้ลืมไปและอีกหลายๆวิธีการ

สำหรับฉัน ความรู้สึกเมื่อถูกขัดใจ ก็คงจะไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นทั่วๆไป จะมีระดับของความรุนแรงตามที่ตัวเองให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นๆ ถ้าถูกขัดใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ช่างเถอะเดี๋ยวก็หาย ไปหาเรื่องอื่นทำดีกว่า ไปใส่ใจกับเรื่องที่น่าสนุกๆดีกว่ามานั่งจมอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างนี้ แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉันนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญมาก ภาษาชาวบ้านก็คงจะเรียกว่า อยากได้มาก

เมื่อฉันร้องขอความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ฉันรู้สึกรักและเคารพ แล้วท่านปฏิเสธด้วยคำพูดที่สั้นมาก ไม่ให้เหตุผลอะไรกับฉัน นอกจากคำว่า “ขอโทษ ที่ท่านให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้” ฉันก็ถามไม่ออกเหมือนกันว่าทำไม   
มันไม่ใช่ท่าทีหรือคำพูดปฏิเสธของท่านหรอกที่ทำให้ฉันเสียใจ แต่จริงๆเป็นความต้องการของฉันที่วาดหวังไว้ว่าต้องได้รับการตอบสนอง แต่เมื่อไม่ได้รับมันขัดใจ เกิดความคิด ความรู้สึกมากมาย ถ้าที่ตรงนั้นเป็นบ้านหรือเป็นห้องที่ฉันอยู่คนเดียว ฉันคงจะร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้ ให้ความอึดอัดทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นได้ระบายออกไปบ้าง ฉันรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  เพราะสิ่งที่ฉันร้องขอนั้นเป็นสิ่งที่ฉันอยากได้อย่างมากและฉันก็คิดว่าต้องได้จากท่านผู้ใหญ่ที่ฉันขอ แต่ท่านก็ปฏิเสธคำขอร้องของฉัน

ในตอนแรกที่โดนปฏิเสธนั้น ฉันคิดหาเหตุผลมากมายที่จะทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น  พ้นจากภาวะเสียใจไปได้เร็วๆ เหตุผลที่ดีที่สุดในความคิดของฉันก็คือฉันบอกตัวเองว่า จริงๆแล้วที่เราเสียใจเพราะเราไม่สามารถจัดสมดุลในตัวของเรา ระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงได้ แต่เมื่อฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ฉันก็คงต้องถามหาว่าความคาดหวังของฉันทำไมมันถึงได้มากมายจนทำให้ฉันไม่สามารถจัดสมดุลได้และก็ได้เห็นว่าความคาดหวังหรือความต้องการในชีวิตของฉัน  มันกำหนดให้ฉันมีความคิดวาดหวังไปได้มากมาย

ฉันรู้สึกเสียใจที่โดนปฏิเสธ คิดว่าตนเองไม่ได้รับความรักและเมตตาจากผู้ใหญ่ท่านนั้นและใจฉันก็ถามหาผู้ใหญ่คนที่เคยมีความเมตตา ที่อยู่ในหัวใจฉัน ในชีวิตของฉันไม่บ่อยนักที่จะรู้สึกกับใครคนหนึ่งเหมือนที่รู้สึกกับผู้ใหญ่ท่านนี้  จนฉันกำหนดภาพของท่านเป็น คนในความคิดของฉัน   ฉันสร้างภาพท่านขึ้นมาเอง สร้างแบบที่ฉันอยากให้ท่านเป็น และ ตัวฉันก็ใส่อารมณ์ ความรู้สึกกับภาพนั้นด้วย ภาพของท่านเป็นภาพที่ทำให้ฉัน รู้สึกว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ  ฉันรู้สึกเคารพรักท่านมาก แล้วคิดกำหนดบทบาทต่างๆของท่านตามที่ใจของฉันอยากจะให้ท่านเป็นด้วย   คิดว่าท่านต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตา กรุณา โดยเฉพาะกรุณาต่อฉัน ดังนั้นฉันจึงคิดว่า เมื่อฉันของร้องท่าน ท่านต้องให้ความช่วยเหลือฉันหรือถ้าช่วยไม่ได้ก็คงจะมีท่าทีหรือคำพูดที่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าถูกปฏิเสธอย่างรุนแรง ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นความคิดของฉันเองเท่านั้น
 
เมื่อถูกขัดใจ ไม่ได้ตามที่ต้องการหรือคาดหวังจากผู้ใหญ่ท่านนั้น  มันถึงได้รู้สึกเสียใจ โกรธเคือง ตัวผู้ใหญ่ท่านนั้นดูจะมากกว่าความเสียใจเมื่อไม่ได้สิ่งที่ร้องขอความอนุเคราะห์จากท่านซะอีก ซึ่งตอนแรกที่โดนปฏิเสธนั้น มันแยกไม่ออกหรอกนะว่าเสียใจอะไรกันแน่มันรวมๆกันไปหมดเป็นความเศร้าเสียใจมากๆ

สำหรับฉันเรื่องนี้ทำให้ฉันเห็นถึงการทำงานของความคิดที่เกินจริงของตัวเองได้เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคลในจินตนาการและบุคคลตามความเป็นจริงนั้น ทำให้ฉันรู้ว่าความเศร้า  ความเสียใจ ความโกรธต่างๆหลายๆครั้งฉันกำหนดมันจากภาพในจินตนาการที่อยากจะให้ตัวเองได้อย่างนั้น อยากให้คนอื่นเป็นอย่างงี้ อยากให้เป็นไปตามใจเราโดยไม่ได้คิดถึงความเป็นจริงตามอีกหลายๆเหตุปัจจัย

แต่อย่างไรก็ตามการเห็นอะไรตามที่เป็นจริงนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับฉัน  แต่ฉันก็เชื่อว่าการพยายามพิจารณา ความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวเอง ไปเรื่อยๆ  ก็น่าจะทำให้ฉันพอจะมีความสามารถในการที่จะพิจารณาเหตุปัจจัยต่างๆได้อย่างรอบด้านขึ้นและยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นด้วยความสงบของจิตใจมากขึ้น 
   
         
           
           
@ Copyright 2006 THAI ENNEAGRAM ASSOCIATION