เมื่อพูดถึงการถูกขัดใจ
ทุกคนก็เคยถูกขัดใจทั้งนั้น มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เมื่อถูกขัดใจก็ย่อมเสียใจ
โกรธ น้อยใจ เศร้า และอีกหลายอารมณ์ หลายความรู้สึก การจะทำให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อถูกขัดใจหายไป
ก็เป็นวิธีการของแต่ละคนเช่น เล่าให้เพื่อนฟัง ทำงานให้ลืมไปและอีกหลายๆวิธีการ
สำหรับฉัน ความรู้สึกเมื่อถูกขัดใจ ก็คงจะไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นทั่วๆไป
จะมีระดับของความรุนแรงตามที่ตัวเองให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นๆ ถ้าถูกขัดใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ก็ช่างเถอะเดี๋ยวก็หาย ไปหาเรื่องอื่นทำดีกว่า ไปใส่ใจกับเรื่องที่น่าสนุกๆดีกว่ามานั่งจมอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างนี้
แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉันนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญมาก
ภาษาชาวบ้านก็คงจะเรียกว่า อยากได้มาก
เมื่อฉันร้องขอความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ฉันรู้สึกรักและเคารพ
แล้วท่านปฏิเสธด้วยคำพูดที่สั้นมาก ไม่ให้เหตุผลอะไรกับฉัน นอกจากคำว่า
ขอโทษ ที่ท่านให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ฉันก็ถามไม่ออกเหมือนกันว่าทำไม
มันไม่ใช่ท่าทีหรือคำพูดปฏิเสธของท่านหรอกที่ทำให้ฉันเสียใจ แต่จริงๆเป็นความต้องการของฉันที่วาดหวังไว้ว่าต้องได้รับการตอบสนอง
แต่เมื่อไม่ได้รับมันขัดใจ เกิดความคิด ความรู้สึกมากมาย ถ้าที่ตรงนั้นเป็นบ้านหรือเป็นห้องที่ฉันอยู่คนเดียว
ฉันคงจะร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้ ให้ความอึดอัดทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นได้ระบายออกไปบ้าง
ฉันรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย เพราะสิ่งที่ฉันร้องขอนั้นเป็นสิ่งที่ฉันอยากได้อย่างมากและฉันก็คิดว่าต้องได้จากท่านผู้ใหญ่ที่ฉันขอ
แต่ท่านก็ปฏิเสธคำขอร้องของฉัน
ในตอนแรกที่โดนปฏิเสธนั้น ฉันคิดหาเหตุผลมากมายที่จะทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น
พ้นจากภาวะเสียใจไปได้เร็วๆ เหตุผลที่ดีที่สุดในความคิดของฉันก็คือฉันบอกตัวเองว่า
จริงๆแล้วที่เราเสียใจเพราะเราไม่สามารถจัดสมดุลในตัวของเรา ระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงได้
แต่เมื่อฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ฉันก็คงต้องถามหาว่าความคาดหวังของฉันทำไมมันถึงได้มากมายจนทำให้ฉันไม่สามารถจัดสมดุลได้และก็ได้เห็นว่าความคาดหวังหรือความต้องการในชีวิตของฉัน
มันกำหนดให้ฉันมีความคิดวาดหวังไปได้มากมาย
ฉันรู้สึกเสียใจที่โดนปฏิเสธ คิดว่าตนเองไม่ได้รับความรักและเมตตาจากผู้ใหญ่ท่านนั้นและใจฉันก็ถามหาผู้ใหญ่คนที่เคยมีความเมตตา
ที่อยู่ในหัวใจฉัน ในชีวิตของฉันไม่บ่อยนักที่จะรู้สึกกับใครคนหนึ่งเหมือนที่รู้สึกกับผู้ใหญ่ท่านนี้
จนฉันกำหนดภาพของท่านเป็น คนในความคิดของฉัน ฉันสร้างภาพท่านขึ้นมาเอง
สร้างแบบที่ฉันอยากให้ท่านเป็น และ ตัวฉันก็ใส่อารมณ์ ความรู้สึกกับภาพนั้นด้วย
ภาพของท่านเป็นภาพที่ทำให้ฉัน รู้สึกว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ
ฉันรู้สึกเคารพรักท่านมาก แล้วคิดกำหนดบทบาทต่างๆของท่านตามที่ใจของฉันอยากจะให้ท่านเป็นด้วย
คิดว่าท่านต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตา กรุณา โดยเฉพาะกรุณาต่อฉัน
ดังนั้นฉันจึงคิดว่า เมื่อฉันของร้องท่าน ท่านต้องให้ความช่วยเหลือฉันหรือถ้าช่วยไม่ได้ก็คงจะมีท่าทีหรือคำพูดที่ไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าถูกปฏิเสธอย่างรุนแรง
ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นความคิดของฉันเองเท่านั้น
เมื่อถูกขัดใจ ไม่ได้ตามที่ต้องการหรือคาดหวังจากผู้ใหญ่ท่านนั้น
มันถึงได้รู้สึกเสียใจ โกรธเคือง ตัวผู้ใหญ่ท่านนั้นดูจะมากกว่าความเสียใจเมื่อไม่ได้สิ่งที่ร้องขอความอนุเคราะห์จากท่านซะอีก
ซึ่งตอนแรกที่โดนปฏิเสธนั้น มันแยกไม่ออกหรอกนะว่าเสียใจอะไรกันแน่มันรวมๆกันไปหมดเป็นความเศร้าเสียใจมากๆ
สำหรับฉันเรื่องนี้ทำให้ฉันเห็นถึงการทำงานของความคิดที่เกินจริงของตัวเองได้เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคลในจินตนาการและบุคคลตามความเป็นจริงนั้น
ทำให้ฉันรู้ว่าความเศร้า ความเสียใจ ความโกรธต่างๆหลายๆครั้งฉันกำหนดมันจากภาพในจินตนาการที่อยากจะให้ตัวเองได้อย่างนั้น
อยากให้คนอื่นเป็นอย่างงี้ อยากให้เป็นไปตามใจเราโดยไม่ได้คิดถึงความเป็นจริงตามอีกหลายๆเหตุปัจจัย
แต่อย่างไรก็ตามการเห็นอะไรตามที่เป็นจริงนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับฉัน
แต่ฉันก็เชื่อว่าการพยายามพิจารณา ความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวเอง
ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะทำให้ฉันพอจะมีความสามารถในการที่จะพิจารณาเหตุปัจจัยต่างๆได้อย่างรอบด้านขึ้นและยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นด้วยความสงบของจิตใจมากขึ้น  |