รู้จักนพลักษณ์ ครั้งแรก
จากหนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจฉบับหนึ่ง นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับบุคลิกภาพ
ของคน 9 ลักษณ์ด้วยกัน แต่ละลักษณ์ มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป
อ่านแล้วยังไม่รู้ว่า ตัวเองอยู่ลักษณ์ไหน และใช้วิธีการใดในการพิจารณา เมื่อมีโอกาส ได้เข้ารับการอบรมนพลักษณ์ และทบทวนชีวิตที่ผ่านมา เท่าที่พอจะนึกได้
พบว่าส่วนใหญ่ ใช้สัญชาตญาณเป็นหลัก แสดงออกโดยทันที ไม่ค่อยได้คิด
ก็น่าจะเป็นคนศูนย์ท้อง เอ๊ะ! หรือจะเป็นลักษณ์ 4 โศกซึ้ง เพราะว่าอารมณ์
และความรู้สึก คล้ายจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่น่าจะใช่ ช่างเถอะ
เดี๋ยวก็รู้
ขณะฟังวิทยากรบรรยายลักษณ์ 9 อยู่นั้น เพื่อนก็พูดขึ้นมาว่า เธอนะ
ลักษณ์ 9 ฉันจำได้ ตอนที่เรียนอยู่ เธอนั่งทำงานของเธออยู่ ด้วยท่าทางที่ขี้เกียจมาก
พอเพื่อนอีกคนเรียก ให้ไปช่วยทำงานหน่อย เธอรีบเข้าไปช่วยด้วยความเต็มใจ
และมีความสุขมากที่ได้ทำ
อึ้งไปชั่วครู่ จำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ นึกในใจว่า
ไม่ใช่มั้ง ฉันนะเหรอ เป็นคนลักษณ์ 9 คนอะไร ตัวเองเป็นใคร ต้องการอะไรยังไม่รู้
มัวแต่ไปรับรู้ และทำตามความต้องการของคนอื่น
หลังจบการบรรยาย ก็เริ่มคล้อยตาม แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เมื่อมาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในหนังสือ
พร้อมกับรำลึกอดีต ตั้งแต่เด็กจนโต พบว่าตนเองมีพฤติกรรมแบบลักษณ์ 9
ที่รักความสงบ ไม่รับรู้ความต้องการของตนเอง หรือถึงรู้ ก็ยังคล้อยตามความต้องการของผู้อื่น
มีปัญหาในเรื่องของการตัดสินใจ เฉื่อยชา ขี้เกียจทำงานหรือหน้าที่ของตัวเอง
จะดองไว้ก่อน เวลาโกรธก็ไม่แสดงออกมา ฯลฯ และทำไม ถึงมีพฤติกรรมแบบนี้ล่ะ
อ๋อ! ในวัยเด็กเกิดการรับรู้ และเรียนรู้ว่า ไม่มีใครสนใจ ทุกคนมองข้ามเราไปหมด(ยกเว้นคนในครอบครัว)
มักมีคนตัดสินใจแทนเรา ถ้าเราไม่ทำตามก็จะถูกตำหนิ เพื่อไม่ให้โดนตำหนิ
ก็เลยยอมทำตาม และได้รับคำชม และความสนใจเป็นการตอบแทน เป็นต้น ความจริงก็คือความจริง
ที่ต้องยอมรับ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่แก้ไขให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง
อย่างไรก็ตาม การรับรู้ความต้องการของตัวเอง เป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะชีวิตที่ผ่านมาเรื่องราวของคนอื่น
เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า แต่บางครั้งเมื่อรู้แล้ว การแสดงออก เป็นสิ่งยากกว่า
ระยะหลังเริ่มดีขึ้น ส่วนอารมณ์โกรธ บางทีแสดงออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
มารู้ทีหลังก็สะใจ ให้มันรู้ซะบ้างว่า ฉันไม่ชอบนะ เมื่อเวลาผ่านไป
เริ่มเสียใจกับเหตุการณ์นั้น เพราะคิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่โกรธเอง
หรือคนที่ถูกโกรธ หากคนเรา มีสติรับรู้อารมณ์โกรธในขณะนั้น และสามารถเปลี่ยนพลังความโกรธ
เป็นการมองให้ลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เราไม่พอใจว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อเราเข้าใจแล้ว
ก็ควรจะแก้ไขให้ตรงจุด จะเป็นทางออกที่ดีทั้งสองฝ่าย
นพลักษณ์ เปรียบเสมือนกระจกหกด้าน ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเรา
ทำให้ทราบ ถึงสาเหตุที่แท้จริง ที่ฝังรากลึกอยู่ในชีวิตของเรามานับสิบ
ๆ ปี โดยที่เราไม่รู้ว่า เพราะเหตุใดจึงมีพฤติกรรม ความรู้สึก และความคิดเช่นนี้
และบอกถึงวิธีการพัฒนาตนเอง ซึ่งเราสามารถนำมาเป็นแนวทาง และปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเราได้ การเรียนรู้ในศาสตร์นี้
นอกจากจะทำให้เราเข้าใจตนเองแล้ว ยังทำให้เราทราบ และเข้าใจถึงมุมมองวิธีการคิด
อารมณ์ และพฤติกรรมของคนอื่นๆ ซึ่งแต่เดิม เรารับรู้สิ่งที่คนอื่นแสดงออกมา
โดยที่เรามักจะปรุงแต่งตามที่เราคิด จริงๆ แล้วไม่ใช่ แต่ละคนนั้นมีสาเหตุ
ของการแสดงออก แตกต่างกันไป
 |