|
"
รู้จักนพลักษณ์ครั้งแรกปี 2546
" หลังจากรู้นพลักษณ์ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร
ตอนที่เริ่มมาอบรมนพลักษณ์ เราภูมิใจกับความเป็น คน7 มาก ใครๆก็อิจฉาเรา
เราสามารถหาความรื่นรมย์ให้ชีวิตได้ตลอดเวลา ไม่มีใครหรอกที่จะทำได้แบบเรา
แต่พอได้อยู่ ได้มองดูตัวเองนานๆ ได้มีเพื่อนๆช่วยคุยช่วยสะท้อนให้เห็น
เป็นปีนะกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองขาดทุน คนอื่นเขารู้ว่าตัวเขาทุกข์เขาอยากจัดการกับทุกข์ของตัวเขา
แต่เรากว่าจะเห็นเปลือกหนาๆ ที่ครอบความทุกข์ไว้ก็นานทีเดียว กว่าจะรู้ว่าไอ้ที่ทุกข์ก็เพราะพยายามวิ่งไปหาความสุข
ความพอใจที่ต้องการ มิได้เมตตาตัวเอง มิได้รักตัวเองเหมือนที่พูด
ดูเหมือนว่าจะมีความสงบแล้วนะเมื่อคิด เมื่อเห็นได้แบบนี้ แต่ก็ยังหรอกนะ
เราต้องต่อสู้ระหว่างการให้ตัวเองอยู่นิ่งๆ กับการแสวงหาสีสันที่สวยงามของชีวิตแบบแต่ก่อน
แต่เมื่อค่อยๆลด ละ วาง หยุด ความต้องการสีสัน ลงไปได้บ้าง ก็ได้เห็นความเปลี่ยนของวิธีคิดบางอย่างเหมือนกัน
ตรงนี้คงต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกๆ คนที่ช่วยมอง ช่วยสะท้อนและช่วยฟังให้เราได้บอกเล่าความเป็นเรา
เวลาที่ได้บอกเล่าแบ่งปันให้คนอื่นฟัง มันเหมือนเป็นการทบทวนตัวเองอีกชั้นหนึ่งด้วย
" เราใช้นพลักษณ์ในชีวิตประจำวันอย่างไร
ใช้มองตัวเอง สนุกมาก ตอนนี้ถ้ามีเวลาว่างๆ ก็จะนั่งนิ่งๆอยู่กับตัวเองทุกๆวัน
ยิ่งมองตัวเองนานขึ้นรวมกับใช้ทฤษฎีของนพลักษณ์มาอธิบาย รู้สึกเหมือนได้รู้จักคนที่อยู่ในตัวเรา
ในหัวเรามากขึ้น แต่ก่อนเราไม่เคยรู้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความทุกข์
ชีวิตมีแต่ความสุข ความสนุก จัดการได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นสุข
พอค่อยๆมองตัวเองไป เราก็เห็นมากขึ้นว่าตัวเองก็มีทุกข์
มีทุกข์เพราะไม่ยอมรับที่จะทุกข์ แต่ตอนนี้หลายๆอย่าง
โดยเฉพาะความคิดกับการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป
ตอนนี้บอกกับตัวเองได้มากขึ้นว่า เราไม่ต้องสนุกหรือสุขตลอดก็ได้
ทุกข์บ้างก็ได้ ไม่ต้องได้ทุกอย่างที่พอใจบ้างก็ได้ ชีวิตเราเบาสบายขึ้นเยอะ
แต่ก็ไม่ได้ทำได้ตลอดเวลานะ
" อยากบอกคนทั่วๆไปอย่างไร
คนที่เริ่มเข้ามารู้จักนพลักษณ์ใหม่ๆ อาจจะอยากรู้จักตัวเอง
แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองลักษณ์อะไรก็จะหยุด พอแล้ว แต่ถ้าเราให้เวลาอยู่กับตัวเองอีกซักระยะหนึ่ง
ให้ตัวเองได้ค้นหาได้พิจารณาตัวเอง ได้อธิบายตัวเองด้วยภาษาจากใจของเราเอง
ไม่ได้ใช้ภาษาของทฤษฎีนพลักษณ์ในการอธิบายตัวเอง เราจะได้พบว่า
ในตัวเรา ในความคิดของเรา ยังมีคนที่เราไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ
และไม่เคยเห็นอยู่ด้วย
|